
เปิดศักราชใหม่ปี 2026 (พ.ศ. 2569) มาด้วยความร้อนแรงของสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง “ทองคำ” ที่ราคาพุ่งทะยานทำ All Time High รายวัน สวนทางกับสถานการณ์ความตึงเครียดทางการเมืองโลกภายใต้การนำของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่กลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2
ทองคำทะลุ 7 หมื่น! กูรูฟันธงปีนี้อาจเห็น “บาทละแสน”
สมาคมค้าทองคำประกาศราคาล่าสุด (23 ม.ค. 69) สร้างความฮือฮาให้นักลงทุน:
- ทองคำแท่ง: ขายออกบาทละ 73,050 บาท
- ทองรูปพรรณ: ขายออกเฉียด 74,000 บาท
การปรับขึ้นครั้งนี้เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเกิดขึ้นช่วงตรุษจีนเดือนกุมภาพันธ์ โดยนายกสมาคมค้าทองคำมองว่า ปีนี้ราคามีโอกาสไปแตะระดับ 100,000 บาทต่อบาททองคำ ได้เลยทีเดียว ใครที่มีทองเก็บไว้ตั้งแต่สมัยบาทละหลักหมื่นต้นๆ ถือว่ากำไรมหาศาล
“ทรัมป์” คัมแบ็ค! เปิดศึกรอบทิศ
ปัจจัยหลักที่หนุนราคาทองคำคือความไม่แน่นอนทางการเมืองโลก หลังจาก โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งและดำเนินนโยบายแข็งกร้าวทันที:
1. ดราม่า “ขอซื้อเกาะกรีนแลนด์” (อีกรอบ)
ทรัมป์รื้อฟื้นแนวคิดขอซื้อ “กรีนแลนด์” จากเดนมาร์ก โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงและยุทธศาสตร์ทางทหาร พร้อมขู่ว่าหากเดนมาร์กปฏิเสธ สหรัฐฯ จะจดจำไว้ (I will remember this) และตำหนิเดนมาร์กว่า “อกตัญญู” ที่ไม่ยอมขาย ทั้งที่สหรัฐฯ ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยให้
2. ขู่ถอนตัว WHO รอบสอง
ทรัมป์ประกาศกลางวงประชุม World Economic Forum (WEF) ว่าเตรียมถอนสหรัฐฯ ออกจากองค์การอนามัยโลก (WHO) อีกครั้ง โดยอ้างว่าสหรัฐฯ จ่ายเงินสนับสนุนมหาศาลแต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้ขั้นตอนการถอนตัวจะต้องใช้เวลาเคลียร์หนี้สินกว่า 1 ปีก็ตาม
3. คะแนนนิยมดิ่งเหว
แม้จะชนะเลือกตั้งกลับมาได้ แต่ผลสำรวจล่าสุดชี้ว่าคะแนนนิยมของทรัมป์ติดลบหนัก โดยคะแนนความไม่พอใจพุ่งสูงถึง 56% และประชาชนเกือบครึ่งมองว่าเขาทำให้ประเทศแย่ลงในการกลับมาครั้งนี้
บทสรุป
ปี 2026 ดูเหมือนจะเป็นปีแห่งความผันผวนอย่างแท้จริง ทั้งราคาทองที่แพงระยับและนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ที่คาดเดาไม่ได้ นักลงทุนต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพราะทุกคำพูดของผู้นำโลกอาจส่งผลกระทบต่อพอร์ตการลงทุนของคุณได้ทันที





